วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

SONIC SO YOU.....SO US โซนิค เชฟโรเลต

SONIC SO YOU.....SO US  โซนิค เชฟโรเลต 


The new Sonic..So you โซนิค เชพโรเลต สะกดทุกสายตา ด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่าง โดดเด่น สะท้อนบุคลิกอย่างชัดเจนในตัวคุณ ด้วยความปราดเปรียวของเส้นสายภายนอก ผสานความเฉียบคมของดีไซน์ไฟหน้าและไฟท้าย ทุกรายละเอียดบ่งบอกถึงความมีสไตล์ สะดุดสายตาทุกมุมมอง ผสานความลงตัวด้วยดีไซน์ภายในแบบดูอัลค็อกพิต คอนโซลด้านหน้าและวัสดุหุ้มเบาะสีทูโทน ให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างลงตัวแบบนี้มีเฉพาะในเชฟโรเลต โซนิค ใหม่ เท่านั้น SONIC คันนี้ที่จะทำให้คุณไม่ผิดหวังเลยทีเดียวเชียว



Ultimate Performance
ออกไป So You ได้ถึงไหนถึงกันกับเครื่องยนต์เบนซิน ECOTEC พัฒนาล่าสุด แบบดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผัน Double CVC หัวฉีดมัลติพอยท์ซีเควนเชียล (MPFI) ที่ให้การตอบสนองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ปริมาตรความจุ 1,398 ซีซี 100 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที เสื้อสูบเหล็กหล่อพร้อมการออกแบบเพิ่มความสมดุล ด้วยโซ่สายพานไทม์มิ่ง (Silent Chain) เงียบและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน พร้อมด้วยระบบส่งกำลังน้ำหนักเบาที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด แบบ DSC (Driver Shift Control)

6 Speed Auto Transmission
SONIC เร่งแรงได้ดั่งใจ ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ที่ได้รับการออกแบบแนวเดียวกับเพลาขับ (On-Axis Design) มาพร้อมกับปุ่มปรับเปลี่ยนเกียร์ (Toggle Switch) ให้คุณสนุกเร้าใจในทุกการขับขี่ตลอดเส้นทาง  สามารถเร่งแซงได้อย่างใจคิด

Euro-Ride Tuning Suspension
SONIC ไม่ว่าสภาพถนนไหนก็ออกไปสนุกได้หายห่วงกับช่วงล่าง “Euro-Ride Tuning Suspension“ ที่ให้ความนุ่มนวลและ เกาะถนนเป็นเยี่ยม มั่นใจได้ในทุกสถานการณ์ ด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง โช้กอัพแก๊สและเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมรูปตัววี พร้อมคอยล์สปริง และโช้กอัพแก๊ส ซึ่งได้รับความนิยมในการนำมาใช้กับ SONIC รุ่นนี้อย่างลงตัว

โครงสร้างนิรภัย BFI (Body-Frame Integral)
SONIC ที่ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ยุบตัวพร้อมคานกันกระแทกด้านข้าง และถุงลมนิรภัยคู่หน้าช่วยเพิ่มความปลอดภัย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ สร้างความมั่นใจกับผู้ใช้อย่างเรา ๆ มากขึ้น

ระบบคันชักคันส่ง และโช๊คสปริงที่สร้างความนุ่มนวลในการขับขี่ของ SONIC

ภายในตกแต่งด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน FM/CD ที่ทันสมัย และออกแบบอย่างลงตัวที่สุดสำหรับเจ้า SONIC คันนี้โดยเฉพาะ
หน้าปัดไมท์ SONIC ออกแบบมาให้ดูง่าย ๆ สบาย ๆ กับสายตา มี LED DIGITAL สวยโดดเด่นในสไตล์ CHEVROLET CRUZE 
SONIC ออบแบบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสอยู่ทางด้้านคนขับ
SONIC มีระบบความปลอดภัยสำหรับคนขับและผู้ที่นั่งมาด้วย
SONIC มีกล่องเอนกประสงค์สำหรับเก็บของใช้ส่วนตัวได้อย่างลงตัวและสวยงาม
SONIC มีที่เก็บสัมภาระด้านหลังกว้างขวาง  สามารถเก็บกระเป๋าและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับรถยนต์ได้อย่างครบครัน
SONIC มีไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร  ทำให้ห้องโดยสารสว่างชัดเจนสวยงามอย่างลงตัว
ด้านหน้า SONIC ออกแบบให้ดูสวยงาม เป็นที่น่าจับจองสำหรับ CHEVROLET CRUZE คันนี้
ไฟหน้า SONIC ออกแบบได้สวยงาม ทำให้หน้าตาเจ้า SONIC ดูสวยงามยิ่งขึ้น
ไฟท้าย SONIC ได้รับการออกแบบได้อย่างลงตัวกลมกลืน และสวยงามมาก
ไฟสปอร์ตไลท์ SONIC ติดมากับตัวรถรุ่นนี้พร้อมใช้สวยงามมาก ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มเติมอีกก็ทำให้เจ้า SONIC คันงามคันนี้โดดเด่นอยู่แล้ว
กระจกมองข้าง SONIC ออกแบบมาอย่างลงตัว กลมกลืนกับตัวรถ และทำให้ผู้ขับขี่่มองเห็นทัศนียภาพบนท้องถนนได้ทุกมุมมองเลย
มือจับเปิดประตู SONIC ทำให้วัสดุอย่างดี และจับเปิดประตูง่าย และสวยงาม
แม็กสวย ๆ ของเจ้า SONIC ที่มากับตัวรถคันนี้บอกได้เลยว่าสวยปิ๊ง ไม่ต้องไปแต่งเพิ่มเติมก็รับรองว่าสวยงามมาก นับว่าลงตัวจริง ๆ เลยน่ะเจ้า SONIC 


Suzuki Swift ยอดจองทะลุ 10,000 คัน

Suzuki Swift ยอดจองทะลุ 10,000 คัน

Suzuki Swift เป็นรถยนต์ ECO CAR สุดประหยัดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหลายประเทศหลังจากเปิดตัว เนื่องจากรูปลักษณ์สวยงามโดดเด่น แถมหน้าตายังดูคล้าย มินิ คูเปอร์ ที่กระทัดรัด  มีดารา หลุยส์  สกอตต์ เป็นฟรีเซ็นเตอร์ ทำให้มียอดจองทะลุเป้าหลัก 10,000 ในพริบตา

Suzuki Swift รุ่นที่จำหน่ายในเมืองไทย มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร รหัส M15A บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,500 ซีซี พร้อมระบบแปรผันวาล์ว VVT กำลังสูงสุดที่ 100 แรงม้า ที่ 6000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร (14.57 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบ/นาที ขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมเทคโนโลยี Variable Valve Timing (VVT) ให้กำลังและแรงบิดสูงทุกอัตราเร่ง ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างฉับไว อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 11.7 วินาที รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.7 เมตรเท่านั้น

ภายในห้องโดยสาร พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ต พร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอล ชุดอุปกรณ์เครื่องเสียง ประกอบด้วยวิทยุและเครื่องเล่นซีดี ออกแบบอย่างลงตัว ไร้รอยต่อ กลมกลืนกับดีไซน์ของตัวรถ และยังมีระบบ Keyless Start และระบบกรองอากาศ
เสริมความปลอดภัยด้วยคานกันกระแทกด้านข้าง ABS 4 ล้อ และระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD พร้อมระบบช่วยเบรก ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS และระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ช่วยป้องกันการโจรกรรม

Suzuki Swift สวิฟท์ มีให้เลือก 2 รุ่นคือ
·         รุ่น GA เกียร์อัตโนมัติ ราคา 599,000 บาท
·         รุ่น GL เกียร์อัตโนมัติ ราคา 649,000 บาท (มีถุงลมนิรภัยและABS)

Suzuki Swift สวิฟท์ มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี คือ ตามไตล์ ตามโฉลก ตามความชอบของแต่ละคน

·         ดำ
·         เงิน
·         ม่วงอ่อน
·         เขียวอ่อน
·         แดง ( เฉพาะรุ่น GL )
·         ม่วงเข้ม ( เฉพาะรุ่น GL )
·         ขาว ( เฉพาะรุ่น GL ) * สีข่าว เพิ่ม 5,000 บาท
·         สำหรับเจ้าสวิฟท์ โฉมใหม่ หรือเจเนอเรชันที่ 2 การทำตลาดในไทยนั้นจะแบ่งเป็น 3 เกรด คือ GA, GL และ GLX โดยทั้งหมดวางเครื่องยนต์เบนซิน รหัส K12B ขนาด 1242 ซีซี 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดี-ไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันราคาประหยัดอย่างแก๊สโซฮอล์ อี 20
·         ระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ซึ่งในเกรด GA และ GL มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา ขณะที่เกรด GLX จะประกบเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น
·         ด้านมิติตัวถังใหญ่กว่าโมเดลแรกนิดๆ (ที่วางเครื่อง 1.5 ลิตร) ด้วยความยาว 3,850 มม. กว้าง 1,695 มม. สูง 1,510 มม. ระยะฐานล้อ 2,430 มม. ความสูงใต้ท้องรถ 140 มม. ซึ่งเกรด GA และ GL ใช้ล้อกระทะ (พร้อมฝาครอบ) ขนาด 15 นิ้ว ประกบยาง 175/65R15 ส่วนตัวท็อป GLX มากับล้ออัลลอย 16 นิ้ว ยาง 185/55R16
·         ช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง หลังทอร์ชันบีม คอยล์สปริง พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เกรด GA, GL มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.8 เมตร และ GLX 5.2 เมตร
·         ในส่วนของเบรกหน้าดิสก์ หลังดรัม พร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD จัดเป็นมาตรฐานทุกรุ่น แต่รุ่น GA GL จะติดถุงลมนิรภัยด้านคนขับมาลูกเดียว ส่วน GLX เป็นคู่หน้าสำหรับคนขับและผู้โดยสาร
·         ออปชันที่อำนวยความสะดวก-ปลอดภัยระดับ กุญแจอัจฉริยะ (เปิดประตูเข้า-ออกโดยไม่ต้องกดรีโมท และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์) พวงมาลัยปรับระดับได้ถึง 4 ทิศทาง เครื่องเสียงเล่นวิทยุ CD MP3 ได้ 1 แผ่น พร้อมช่องต่อ USB จะมีในเกรด GL และ GLX
·         ตัวท็อป GLX ยังเสริมแอร์อัตโนมัติ ใส่ระบบทำความร้อน สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ไฟตัดหมอกหน้า กระจกมองข้างฝังไฟเลี้ยว และไล่ฝ้ากระจกหลัง ซึ่งผิดกับรุ่นล่าง GA ที่นอกจากจะไร้ซึ่งออปชันดังที่กล่าวมาแล้ว ยังไม่มีเครื่องเสียงติดมาให้ด้วย!!!!
·         ราคาคาดว่าในรุ่นเริ่มต้น GA เกียร์ธรรมดา คงอยู่ประมาณ 3 แสนบาทปลายๆ และไล่เรียงขึ้นมาเป็น 4 แสนบาทในเกรด GL และตัวท็อป GLX ราคากว่า 5 แสนบาท
·         ทั้งหมดเป็นรายละเอียดเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ  รายละเอียดในส่วนอื่น ๆ คงจะนำมาให้อ่านกัน
ในโอกาสต่อ ๆ ไป
·  คุ้มค่าจริง ๆ สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ Suzuki Swift คันงามคันนี้

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

2013 VOLKSWAGEN GOLF ซิตี้คาร์ยอดนิยม เผยโฉมตัวใหม่

2013 Volkswagen Golf  ซิตี้คาร์ยอดนิยม

หากเราจะพูดถึงรถยนต์ซิตี้คาร์แล้ว CITY CAR แม้บ้านเราอาจจะคุ้นเคยกับรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นกันอย่างมาก ด้วยรถยนต์กลุ่มนี้ใกล้ชิดกับคนไทยพอสมควร แต่เมื่อย้อนรอยไปถึงรถยนต์ที่เป็นต้นกำเนิดรถยนต์ซิตี้คาร์ แล้ว รถยนต์ Volkswagen golf  ถือเป็นรถยนต์รุ่นหนึ่ง ที่ได้รับความนิยม อย่างมาก โดยเฉพาะ ในทวีปยุโรป



การกลับมาของ Volkswagen  ครั้งใหม่ ถือว่าเป็นการกลับมาทวงบัลลังค์รถกลุ่มนี้อีกครั้งหลังจากโดนคู่แข่งจากต่างชาติ มาชิงส่วนแบ่งการตลาดไปพอสมควรเลยทีเดียว  ทำให้ ในปี 2013 Volkswagen ต้องออกตัวใหม่มายึดส่วนแบ่งการตลาดคืนกลับมาให้ได้เลยกลายมาเป็น 2013 Volkswagen golf ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองพอสมควรสำหรับคู่แข่ง   พอเริ่มมีข่าวของ 2013 Volkswagen Golf  ออกมา Volkswagen ก็ลุยเต็มที่ ด้วยการพัฒนาโครงสร้างของรถให้ตอบสนอง  โดยหยิบยืมแพลดฟอร์ม Modular Transverse Matrix ที่ใช้ในรถชั้นนำอย่าง Audi A3 ใหม่มาปรับปรุง พร้อมกันนี้  ก็ยังปรับปรุงในส่วนของมิติตัวถังให้สามารถตอบสนองได้ดีมากยิ่งขึ้น  ด้วยขนาดยาว 4,455 มม.  มาพร้อมฐานล้อ ยาว 2,637 มม.  หรือจะว่าไปแล้วมันยาวกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ราว ๆ 56 มม. สำหรับความยาวส่วนฐานล้อรุ่นใหม่  ก็ยาวกว่า 59 มม. เลยทีเดียว


นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงที่สำคัญเรื่องหนึ่งใน 2013 Volkswagen Golf เป็นการปรับขยายให้พื้นที่ห้องโดยสารเพิ่มขึ้น  และหนึ่งในนั้นเป็นการขยับชุดล้อหน้าออกไปอีก 43 มม.  ช่วยให้มีพื้นที่เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม  และพร้อมกันนี้ยังปรับขยายความกว้างของตัวรถให้สามารถตอบสนองได้มากยิ่งขึ้นอีก 13 มม.  เป็น 1,799 มม.  และให้ความสปอร์ตด้วยการปรับตัวรถด้านการออกแบบ 2013 Volksawagen Golf ใหม่มาพร้อมกับการออกแบบตามเส้นสายใหม่ของ Volksawagen Golf ใหม่มาพร้อมกับการออกแบบตามเส้นสายใหม่ของ Volksawagen ที่มุ่งเพิ่มความเรียบ  แต่ยังดูสปอร์ตของตัวรถ  ซึ่งการพัฒนาโครงสร้างใหม่นี้ส่วนหนึ่งก็ช่วยให้รถคันนี้ประสบความสำเร็จในการออกแบบมากยิ่งขึ้น  ด้วยการพัฒนาค่าสัมประสิทธิ์เสียดทานอากาศลดลงถึง 10% จนมาหยุดที่ตัวเลข 0.27 Cd


การปรับปรุงเรื่องกายภายนอกส่งผลให้ภายในห้องโดยสารของ 2013 Volksawagen Golf มีปริมาตรในการใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้รถรุ่นใหม่มีพื้นที่วางขาเพิ่มขึ้น 15 มม. พื้นที่ช่วงไหล่เพิ่มขึ้นอีก 31 มม.  มาอยู่ที่ 1,420 มม และช่วงสะโพกรองรับเพิ่มขึ้นอีก 22 มม.  ทางด้านหน้า และ ด้านหลังบวกเพิ่มขึ้นอีก 20 มม.  ในขณะที่ส่วนพื้นที่บรรทุกสัมภาระเพิ่มขึ้นอีก 30 ลิตร ทำให้ 2013 Volksawagen Golf ใหม่มีความจุสัมภาระได้มากถึง 380 ลิตร  เลยทีเดียว  ให้เตี้ยลงกว่าเดิม 28 มม. มาอยู่ที่ 1,452 มม.  เท่านั้นจวบจนที่มันออกวิ่งทดสอบตามสถานที่ต่าง ๆ ในเรื่องเครื่องยนต์ 2013 Volksawagen Golf มาพร้อมเครื่องยนต์มากมายหลายรุ่นให้ชาวยุโรปเลือกคบหาตั้งแต่ในส่วนของเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1.2 ลิตร TSi 84 แรงม้า ให้อัตรประหยัด 4.9 ลิตร/100 กิโลเมตร ตามด้วยเครื่องยนต์ 1.4 TSi ให้กำลังสูงสุด 138 แรงม้า ที่มาพร้อมกับระบบ Active cylinder Technology สามารถปรับการทำงานาเครื่องยนต์ให้เหลือเพียง 2 สูบได้  หากจำเป็นทำให้มีอัตราประหยัดมากถึง 4.8 ลิตร/100 กิโลเมตร

ด้านการออกแบบ 2013 Volkswagen Golf ใหม่มาพร้อมกับการออกแบบตามเส้นสายใหม่ของ Volkswagen ที่มุ่งเพิ่มความเรียบแต่ยังดูสปอร์ตของตัวรถ ซึ่งการพัฒนาโครงสร้างใหม่นี้
ด้านเครื่องยนต์ดีเซลก็เป็นอีกกลุ่มขุมพลังที่มีการเปิดตัวมาพร้อม ๆ กัน  โดยใน 2013 Volkswagen Golf ใหม่จะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร  ให้กำลัง 104 แรงม้า  ตอบสนองเรื่องอัตราประหยัดถึง 3.8 ลิตร/100 กิโลเมตร และยังมีในส่วนเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 148 แรงม้า  ที่ตอบโจทย์ในส่วนของ 4.1 ลิตร/100 กิโลเมตร  แต่ถ้าความประหยัดขนาดนั้นยังไม่พอ  Volkswagen Golf ก็ตอบโจทย์ด้วยความประหยัดจากรุ่น blue Efficiency ที่ทั้งปล่อยไอเสียต่ำเพียง 85 กรัม/กิโลเมตร และยังประหยัดสูงสุดถึง 3.2 ลิตร/100 กิโลเมตร ด้วย

นอกจากหลากหลายสมรรถนะที่โดดเด่นแล้ว 2013 Volkswagen Golf ยังมาพร้อมกับการตอบโจทย์ในด้านความทันสมัยของตัวรถ  ด้วยระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ ชั้นนำที่จัดเข้ามาในรถยนต์รุ่นนี้  ตั้งแต่ระบบ  adaptive Cruise control ที่ให้การขับขี่ง่ายและมันยังสามารถหยุดรถได้เอง  แม้จะใช้ความเร็วสูงถึง 150 กม./ชม.   แถมยังมี City Emeergency Braking ช่วยในการหยุดกะทันหันในเขตเมืองที่ความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม.   รวมถึงผู้ช่วยในการจอดรถกับระบบ Park Assist ที่ช่วยให้ง่ายยิ่งขึ้นในการใช้งานในเมือง

2013 Volkswagen Golf ใหม่อาจจะไม่ใช่รถที่คนไทยคุ้นเคยมากนักแต่ด้วยความหลากหลายความตั้งใจที่เราเห็นในรถรุ่นนี้  นี่คืออนาคตซิตี้คาร์  ที่เมืองไทยเราอาจจะได้สัมผัสกัน  เร็ว ๆ นี้  จากผู้แทนจำหน่าย VOLKSWAGEN